Showing posts with label feel. Show all posts
Showing posts with label feel. Show all posts

Saturday, April 16, 2016

Croissant and Love

Yes! I found that this is not the first entry of this year yayyyyy

If you travel in flight with the full inflight meal serving you will hear the cabin crew asking you like 'bread or croissant, sir?'...
Between breads and croissants I prefer croissant. I love it's textures... Flakey, fluffy and buttery. 



Today's I rebake my croissant that I bought 3 days ago from the coffee store but I forgot to tell them not to warm it. It means that croissant was rebake and warm for 3 times already. If the croissant was made from the high quality ingredients like butter and flour it may still keep its textures like fresh from oven. But if it's not? The flaky crust is still flaky but how about the inside? It's chewy and hard to cut through...

Like love,,, along the way, there are many  things happened. Many apologies, many forgiveness but everyone has their own limitations so like croissant leave it in refrigerator and rebake it. First, it's textures may be acceptable but second or third time may be not. Depend on it's ingredients or stories happened.

Love

SB 

Friday, November 14, 2014

"อุบัติเหตุทางความรู้สึก"

จั่วหัวมา ชอบคำนี้จริงๆนะ ได้มาจากการอ่านบล๊อคพี่ที่รู้จักกันในวันที่สติฟุ้งซ่าน
เพราะเรื่องบางเรื่องมันคงยังไม่จบ และเรารู้อยู่แล้วแหละว่ามันคงจะจบไม่ดีอยู่ละ
เห้ออออ ทำไม ทำไม ได้แต่ถามตัวเอง จริงๆนะ เราคงทำตามสิ่งที่เราคิดในใจแหละ

แต่ไม่รู้มันจะเป็นยังไง หลายคนบอกให้เราจบ เราก็จบ ไม่ดึง ไม่ผูก ซึ่งก็ทำนะ
แต่ยังสงสัยว่า อีกฝั่งจะจบมั้ย ตอบไม่ได้จริงๆ

ขอโทษและอโหสิให้เราแล้วกันนะ

SB

Monday, October 6, 2014

A broken plate

ช่วงนี้ทำของแตกหลายอย่าง เมื่อวานก็ทำแจกันแก้วตกแตก วันนี้ก็ทำจานแตกตอนจะกินข้าวเช้า 

จานใบนี้รักด้วย แพงด้วย มันคือ spode italian white blue มาจากอังกฤษ เสียใจนะ แตกเป็นสองส่วนเลย



มีคนบอกว่าติดกาวแล้วเอากลับมาโชว์สิ ก็คงทำได้แต่ยังไงมันก็คงไม่เหมือนเดิม มันแตกไปแล้วนะ 

ความรู้สึกคนเรามันก็คงเป็นแบบเดียวกันแหละ เสียใจทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องนั้น
เราอยากจะให้มันจบ พอเถอะ 

เราจะคืนทุกอย่าง แต่ก็ไม่รู้สิ คืนไปแล้วมันอาจจะไม่จบ แต่นิสัยเราอะ เราไม่ชอบให้ใครมาว่าเรา ทุกวันนี้เราไม่ได้ใช้แล้ว. ซื้อใหม่หมดแล้ว คืนไปก็ดี เค้าจะได้รู้ว่าที่เราใช้มันไม่ใช่ของเค้า 

แต่จริงแหละ ทำทำไม ให้มันจบไปดิ ทำไปก็เหมือนยังคงวนเวียนอยู่ พอเถอะ จบไปได้ละ

SB
141006 @ iP in R

Friday, August 22, 2014

Urban Life

Nothing much!
I just want to say 'I miss my city life!!!'
That's all -_-"

Monday, July 7, 2014

บาดแผล

อัพแต่เรื่องความรู้สึกตลอดเลย สาระไม่ค่อยมีหรอก
วันนี้เราจะพูดเรื่องแผล

เพื่อนเราคนหนึ่งบอกว่ามีอะไรก็พูดก็ถามกัน อย่าเก็บเอาไว้ เพราะจากเรื่องเล็กๆมันจะรวมกันจนสักวันมันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่นำความเสียใจมาให้

ถ้าคนเราคิดแบบนี้ทุกคนมันก็คงดีสินะ แต่ถ้าไม่มีใครเริ่มที่จะถามก่อนล่ะ ก็คงจะเก็บเอาไว้กันจนระเบิดน่ะสิ เพื่อนบอกว่าถ้าไม่รีบใส่ยามันก็คงลามไปเรื่อยๆ... ก็จริงนะ

แต่คนเรามันไม่กล้าขนาดนั้น คนเรามีความกลัวอยู่แล้ว หากมันไม่สุดจริงๆหลายคนเลือกที่จะเก็บไว้ไม่พูดอะไรออกไป

แผลไม่ได้ใส่ยา ไม่รีบรักษา ปล่อยไว้มันก็เป็นแผลอักเสบ เป็นแผลเป็น มองยังไงก็เห็นอยู่ดี... แต่จะให้ทำไงล่ะ คนเรากลัวเจ็บเวลาใส่ยา แต่บางทีก็อาจจะทนพิษบาดแผลไม่ไหว ขาดใจตายไปก่อนก็ได้เนอะ...

570707 via MBP

Wednesday, May 7, 2014

What goes around comes back around

เราว่าอย่าทำตัวแบบที่เราไม่ชอบใส่คนอื่น
และถึงแม้ว่าคนอื่นทำตัวแบบที่เราไม่ชอบใส่เรา
ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องลดตัวลงไปทำตัวเยี่ยงนั้นคืน

ไม่ได้ก๊อปมาจากไหน คิดเองนี่แหละ :)

Wednesday, April 16, 2014

It's awesome that you can imagine about someone that you never met before and fall in love with~

เมื่อวานไปดูหนังมา เรื่องคิดถึงวิทยาแหละ คือเข้าใจว่าผกก ตั้งใจจะทำตามหนังเรื่อง 일마레 แหละ ที่เป็นคนสองคนคุยกันผ่านจดหมายในบ้านกลางทะเลสาบ

เรามานั่งคิดว่าจริงๆแล้วการที่คนเราไม่เคยเห็นไม่เคยเจอไม่เคยคุยกัน แล้วบัฃเอิญเกิดชอบกันผ่านทางตัวหนังสือเนี่ยมันจะเกิดขึ้นได้จริงป่าว แต่ก็นะ มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ชอบคิดไปเอง ว่าเค้าจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เค้าก็เลยคิดไปว่าคนนี้แหละจะต้องเป็นคนในแบบที่ฉันชอบ

เราว่าสิ่งที่ติดตามมันคือสิ่งที่จะเกิดต่อไปต่างหากว่าเมื่อคนทั้ฃสองคนที่เคยคุยกันแบบ monolog มาตลอด เมื่อมาเจอกันจริงๆ แล้วอยู่ด้วยกันต่อจากนี้มันจะเป็นอย่างไรมากกว่า เมื่อมาอยู่ด้วยกันเรืาอยๆ เริ่มเห็นนิสัยขอฃแต่ละคน มีอย่างที่ชอล และไม่ชอบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้วเค้าจะอยู่อย่างไรต่อจากนี้มากกว่า ขะประคัลประคอฃให้รอดหรือไม่

ประโยคเด็ดจากเรื่องนี้คือ "ถ้าเรื่องวันนี้ไม่เกิด หนุ่ยจะบอกแอนหรือเปล่า" จริงนะ ถ้าเกิดจีจี้ไม่มาหา แอนก็คงจะไม่รู้เรื่องเลย แต่เราเข้าใจนะ บางทีถ้าการที่บอกไปเค้าอาจจะกลัวความผิด กลัวเรื่องใหญ่โตหรืออะไรก็ตามที่ตามมาเยอะแยะ จนถึงเวลาทั้งหมดอาจจะพังลงเพราะคำพูดประโยคเดียวก็ได้ บางคนเลยยอมเก็บไว้เป็นบาปในใจดีกว่า

เราก็อยากรู้เรื่องของคนที่คบด้วยนะ แต่เราคิดว่าถ้าเค้าอยากบอกเค้าคงจะบอกเอง เราให้เกียรติกันนะ ถึงแม้จะนอยมากก็เหอะ เราเลือกที่จะเงียบ มันอาจจะทางเราเลือกและเราโอเคที่จะอยู่กับมันอย่างมีความสุขก็ได้

S.
20140416 via iP @ casa lapin

Tuesday, April 15, 2014

โลกที่ฉันไม่เคยได้เข้าไป

Hello, today is the last day of Songkran in  Thailand but tomorrow still be our day-off :)

Now I sit here at the old café near my place but I think I know a little about who sit opposite me...

But it's gonna be ok right?

I'm not sure about how far we go and continue going????

I'm not sure that one day, when I'm tired and I want to stop it... What will it be?

There are few questions that popping up in my mind!

I don't want to know answers just roll with it...

This is the right way, isn't it?

:)

Happy holiday Peeps!


Sunday, March 16, 2014

I'm back!

พอดีนึกขึ้นได้ตอนอัพ dayre ว่าทิ้ง blog ร้างนานเกินกับพอดีวันก่อนมีคนมาเม้นด้วยอะว่าอยากให้เราอัพเรื่อง ATC แปลกเนอะ ไม่คิดว่าจะมีคนมาอ่านหรอกนะ 5555

resolution ของทุกปีก็มีที่พยายามเขียน blog ให้เยอะๆ ทำ logbook บ้างไรบ้าง แต่ก็แบบขี้เกียจอะ จริงๆนะ ที่ที่เราอยู่มันทำให้เราขี้เกียจมากขึ้น หรือตัวเราเองที่ขี้เกียจมากขึ้น อันนี้ตอบไม่ได้จริงๆนะ เพราะนี่เดือน 3 แล้วอะ นึกๆได้ว่าเฮ้ยเพิ่งจะผ่านปีใหม่ไปไม่นานนี้เองนะ แป๊ปๆนี้จะหมดอีกไตรมาสละ ถ้าเป็นที่ทำงานเก่าตอนนี้ก็คงหัวฟูกับ 2nd quarter plan อะ แต่ก็นะ เราว่า fast pace organization มันก็กระตุ้นให้คนเราทำ active และ alert ตัวเองด้วยแหละ แต่คนที่มีภูมิคุ้มกันก็มีเยอะนะ :) อยู่ได้เรื่อยๆโดยไม่มีปัจจัยใดๆรอบข้างมากระทบได้ ซึ่งเอาจริงๆก็เจ๋งนะ

ตอนนี้ก็ช่วงเรียน simulator แหละ เราไม่ได้เป็นคนที่คิดบวกขนาดนั้น แต่เราคิดว่ามันก็เป็นสิ่งที่ดีนะ กับสถานการณ์ต่างๆที่เกิด ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็เถอะ ใครทนได้ ทนไม่ได้ไม่รู้ แต่เรารู้ว่าหากเราสามารถทำงานหรืออยู่ได้ในสภาพแบบนั้นมันก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ท้าทายเราได้เหมือนกันนะ เพราะไม่ใช่คนที่คิดบวกมากหรือโลกสวยมาก พลังลบที่เจอบ่อยๆก็ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกลบไปด้วย แต่เราแค่เป็นห่วงในอนาคตกับคนที่โลกสวยมาก หากเจอพลังลบมากๆไปจะทำอย่างไร มีคนเคยสอนว่า ถ้าคนจริงเค้าบ่นครั้งเดียวแล้วเค้าจะออกจากสภาพที่เค้าบ่น หรือปรับตัวแล้วจะไม่บ่นอีก ส่วนคนไม่จริงก็ยังคนบ่น แต่ก็ทนอยู่เพราะไม่มีทางเลือก อันนี้ก็จริงนะ

ในซิมตอนนี้มีสิ่งที่เราคิดได้หลายเรื่องนะ เรื่องก่อนพูดเราเป็นนายคำพูด หลังพูดคำพูดเป็นนายเรา มันยังเอามาใช้ได้ บางคนชอบพูดว่า ถ้าสั่งก่อนหน้านี้มันจะไม่เกิดภาพนี้ แต่เราว่า ถ้ามันเกิดเป็นแบบนี้แล้ว จะทำอย่างไรต่อไปน่าจะดีกว่า เพราะชีวิตจริงคงไม่มี remote กดปุ่ม backward ได้ป่ะ ถ้าเราพูดไปแล้วแก้ทันก็ดี แต่ถ้าแก้ไม่ทันก็ต้องทำต่อ มันก็เท่านี้ ถ้ามัวมาคิดว่าทำไมไม่ทำแบบนั้น ทำไมไม่ทำแบบนี้ มันก็ไม่ go on สิ ชีวิตจริงไม่มีปุ่ม pause เพื่อคิดนะ... พิมพ์ๆพูดมานี่จขบ ก็ยังทำไม่ค่อยได้ คือต้องคิดให้เร็วกว่านี้ คิดให้ทันกว่านี้ ยอมรับเลยว่าบางทีคิดไม่ทัน บางทีนิ่งเพราะความเข้าใจเรายังผิด อันนี้ทำได้ อันนี้ทำไม่ได้ ยังรู้ไม่หมด ซึ่งมันก็ต้องฝึกต่อไป เราว่าค่อยๆเดินมันดีกว่านะ เพราะมันคือสิ่งจะต้องทำให้เป็นพื้นฐานอะ มันอยู่เรื่องความปลอดภัย แต่เราก็ห้ามใครไม่ได้ คนเรามันไม่เท่ากัน บางคนเป็นเร็ว บางคนเป็นช้า บางทีก็ต้องรอกัน ช่วยกัน แต่ถ้าไม่อยากรอก็ห้ามไม่ได้ปะ มันก็เป็นสิทธิ์ของเขา แต่มันก็เป็นสิทธิ์ของเราด้วยที่จะทำให้แน่นก่อน

ทุกวันนี้แม้ว่าจะกลับมาทำ daywork แล้วรู้สึกว่าเวลาที่มีให้ตัวเองลดน้อยลงไป แต่ก็มีความสุขนะ ที่ตื่นมาวันเสาร์-อาทิตย์อยากนอนตื่นสายๆ ไม่ต้องรีบออกไปทำงาน กินมัง ซักผ้า ออกไปกินกาแฟ หรือทำกินที่บ้าน นอนดูรายการที่อยากดู ฟังเพลง อ่านหนังสือที่อยากอ่าน ถามว่ามีความทุกข์มั้ย ใครกันจะไม่มี แต่แค่ความสุขของเรามากกว่าเท่านั้นเอง และเราไม่ยอมให้คนที่มีความทุกข์โยนความทุกข์ของเขามาใส่เรา

Pursuing my Passion, A path to Happiness...

Sunday, June 30, 2013

Moment in cafe

ในขณะที่ฉันสั่งกาแฟและวาฟเฟิลราดช๊อกโกแลตซอสพร้อมทานกับไอศกรีมรสฮอร์ลิก ราคารวม 220 บาท

ก็มีเด็กส่งอาหาร ถือข้าวมาประมาณ 5 ถุง และชสเย็ยใส่แก้วมา4แก้ว น่าจะมาจากร้านอาหารแถวนี้ โดยคนที่สั่งคือพนักงานในร้านกาแฟนี่แหละ ราคารวมทั้งหมด 245 บาท

... :)

Monday, June 17, 2013

Cheers! Keep walking

Hi Seum,

I bought you hydrangea... one of your favorite flowers :)
For another step of your life...
And for the next things that coming to your life too :)
Smiling to yourself much and facing it.

Dont think too much.....

Lot of love ♡

My self

Monday, April 8, 2013

Life without yeast

Today I feel better from impact teeth operation, so I decide to bake some sweet to eat because I ate only congee for 2 days!!!
I made matcha cake but I only have all purpose flour and no baking soda... but i still going on with them
The texture is ok but not so cake :)


It make me think of qoute from my favorite drama "my name is kim sam soon"

"There are 2 kinds of dough according to the purpose of its use. One with yeast and one without yeast. It ferments easily if u put in yeast but if u don't, the dough breathes by itself and swells up by itself. I just feel that the way it breathes gently is so cute. I want to become a person without yeast.... "

Yes, I want to growing up slowly... and enjoy my life... don't want to grow faster anymore

Saturday, March 30, 2013

Alone but not lonely

วันนี้ตื่นเช้าออกไปเอารถเพราะศูนย์โทรมาว่ารถได้แล้ว
เลยตั้งใจว่าจะนั่งเมล์ไป ไม่ได้นั่ง 59 มานานหลายปี
ก็เรื่อยๆ เดินไม่ไกลเท่ารถไฟฟ้า นั่งฟังเพลงในมือถือไป
 
แล้วก็ลงรถเมล์แยกเกษตร เลยแวะไปกินข้าวเสต็กฉู่ฉี่สะหน่อยไม่ได้กินมาหลายปี
นี่จะ 3 ปีได้ละมั้ง ยังราคา 39 บาทเหมือนเดิมแต่ที่เปลี่ยนไปคือคนน้อยลง
ร้านสภาพแย่ขึ้นแอบมีแมงสาบเดินนะ หลอนสุด

 
แล้วก็เลยนั่งมอไซค์ออกไปเอารถที่ศูนย์
แล้วเลยไปซื้อก๋วยเตี๋ยวปลาที่สุคนธสวัสดิ์ว่าจะกลับมากินตอนเย็น
แล้วนึกขึ้นได้ว่าควรจะไปซื้อไขควงมาขันแว่นให้แน่นขึ้น รวมถึงเลื่อนรูเข็มขัดบริษัท
แต่ที่ index ไม่มีเซตไขควงขาย ไม่ได้เข้าใจ
กลับมาเลยแวะวิลล่าซื้อโน่นนี่ไว้กินพรุ่งนี้ตั้งใจว่าจะไม่ออกไปไหน
ละก็ทำไอติมกิน



เย็นนี้พี่มดชวนดูหนัง เราก็อืมไปซะหน่อยละกัน
 น่าจะดูพี่มากนะ หรือ GI joe ก็ได้ อยากดูหมดอะ

นองนอยนิดๆ เรื่องหัวใจ ไม่รุจะพูดไง ยากว่ะ

Tuesday, March 26, 2013

Let move on your path

เราว่าทุกๆคนมีทางเดินของตัวเอง ไม่ว่าจะใครก็ตาม
เราเคารพทุกๆการใช้ชีวิตของทุกคน
ไม่ว่าจะเป็นคนที่อายุเยอะแล้วยังทำตัวเหมือนเด็กมัธยม วันๆตื่นออกไปเรียนโท ตกเย็นก็แฮงค์เอ๊าท์เมา
บางคนก็คร่ำเคร่งกับทุกอย่างในชีวิต สะสมปริญญาบัตรเหมือนสะสมสแตมป์เซเว่น
บางคนที่เอาแต่นั่งวิจารณ์สิบแปดล้านอย่างบนโลก โดยที่ตัวเองไม่ทำอะไรดีขึ้นมา
บางคนที่ใช้ชีวิตทุกก้าวอย่างมีความสุข

แต่จริงๆแล้ว เราว่าทุกคนมีความสุขกับการใช้ชีวิตนะ
เพราะถ้ามันไม่มีความสุขพวกเขาเหล่านั้นคงเปลี่ยน หรือพยายามจะเปลี่ยนละ

มีเพื่อนคนหนึ่งถามว่าเราเหนื่อยมั๊ย เรารู้เลยว่ามันก็เหนื่อยนะ แต่เราก็ต้องทำ
เราไม่ได้เกิดมาในบ้านที่พ่อแม่มีเงินกองให้อยากเรียนสูงแค่ไหนก็ทำได้
แม่บอกตั้งแต่แรกแล้วว่า แม่ให้ได้แค่ปริญญาตรีนะ ถ้าอยากได้ต่อจากนี้ก็หาเอาเอง
ซึ่งทุกอย่างเราหาเองหมด เราเลิกแล้ว และเราก็ต้องเดินต่อ
ช่วงจังหวะในชีวิตของคนมันมีโชคมาผสมตลอดนะ ถึงว่าคนไทยทำอะไรจึงต้องมีความเชื่อ โชค ลาภ วาสนา มาเกี่ยวตลอด

ถ้าอดีตนายเก่าไม่ได้บังเอิญกลับมาทำธีสิสตอนเมเนเจอร์คนเก่ากำลังจะออกล่ะ
ถ้าน้องช่างภาพไม่ได้เกิดเป็นเจ้าของค่ายมือถือล่ะ
ถ้าน้องปากห้อยหัวทองไม่ได้เกิดเป็นลูกคนมีเงินเยอะขนาดนั้น
ถ้าไอ้อ้วน บ้านไม่มีกิจการ
หรือถ้าเราเกิดเป็นนั่น เป็นนี่ บลาๆๆ

แต่ในความจริง ทุกคนมีเส้นทางของตัวเองอยู่แล้ว ถ้าพอใจก็จงทำมันให้ดีที่สุด ถ้าไม่พอใจก็เปลี่ยนซะ

Monday, January 28, 2013

Can you please respect my privacy

"Can you please respect my privacy..."

phrase นี้ มาจากเพลงของลินด์เซย์ โลฮานนะ ถ้าจำไม่ผิด
เราพูดถึงเรื่อง privacy โดนไม่ได้หมายถึงงานของกสทช ที่อยากไปแต่ไม่ได้ไปนะ
มันคือเรื่องของ personal space หรืออะไรๆก็ตามอะ

การที่เรารู้จักกับคนคนหนึ่ง เราจะเซตไว้แล้วว่าเขาเป็นใครอยู่ในส่วนไหน
มีการ access ส่วนไดได้บ้าง (นี่ยังกับการท่ากำหนดบัตรรักษาความปลอดภัยเบอร์ 1,2,3,4,5,6,7 เลย)
ใช่ แล้วคนเหล่านั้นก็จะมีอำนาจที่จะเข้าถึงในเขตพื้นที่ต่างๆที่ตัวเองได้รับการ authorized อะ
แต่ถ้ามีคนพยายามจะล่วงล้ำ หรือบุกรุกพื้นที่อื่นๆ เราก็ย่อมทำการยึดบัตรคืนนะ

แค่นั้นจริงๆ เราว่าเคารพสิทธิ์ตรงนี้จะดีกว่าถ้าอยากรู้จักกันหรือเป็นเพื่อนกัน
อย่าแปลกใจถ้าเราจะ protect tweet หรือ privatizing instagram อานะ ;)

Wednesday, January 2, 2013

2013 Resolutions!!!!

Hope that it is not to late to say "Happy New Year!!!!!" to my follower
I'm not sure how many ppl read my blog lol
If you read my blog or follow my social portals you can say hi to me via comment :)

What are your new year resolutions for this year?
So simple question that people always ask for this moment and how about you?

for mines...
First of all I want to minimize my spending habits, saving my money, and gain more
restructuring my financial status with my saving and start new method of saving

then write more, read more

How about yours?

HNY
SB.

Sunday, May 6, 2012

Super moon

วันนี้เขาว่ามีปรากฏการณ์ super moonดวงจันทร์เข้าใกล้โลกที่สุด
พูดถึงดวงจันทร์ทำให้นึกถึงชื่อ ticket to the moon ชื่ออัลบั้มของพี่เจี๊ยบ วรรธณา
อัลบั้มนี้มีเพลงเพราะใจ เป็นเพลงที่ชอบเพลงนึงของเค้าเลยนะ

จริงๆ ticket to the moon เป็นชื่อของร้านเซิฟบอร์ดที่บาหลีที่พี่เจี็ยบไปเที่ยวแล้วเจอ
ซึ่งสมัยนั้นเค้าก็ยังไม่ได้ทำรายการ รอยเท้า ความฝัน ผู้คน ดนตรีนะ
พูดถึงพี่กบพอฟังข่าวก็ช๊อค มันเร็วไปจริงๆ
คุยกับพี่มิกได้ความว่า พี่เจี๊ยบก็ยังอึนๆอยู่ สงสารน้องเนปาล น้องธิเบตด้วย
ตั้งแต่เรียนจบก็ไม่ได้แฮงค์เอาท์กับพวกพี่ๆกลุ่มนี้อีกเลย
ไม่ได้ไปกินส้มตำบ้านพี่เจี๊ยบพีกบอีกละ

เป็นกำลังใจให้พี่เจี๊ยบนะคับ

Thursday, May 3, 2012

Change...

3 วันแล้วที่ไม่ได้ทำงาน
เขาปลดเราออกจาก admin แล้ว
สนุกดีเหมือนกัน
จะว่าไปเขาก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร
เหมือนที่นายของมิลค์บอกว่า
ไม่ต้องกลัวว่าเขาจะอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเรา
ก็จริง สำหรับบริษัทที่เป็นทุนนิยม เงินซื้อได้ทุกอย่าง
มันก็คงเป็นอย่างนั้นจริงๆ

Tuesday, March 20, 2012

เปลี่ยนไป และไม่เหมือนเดิม

จริงๆแล้วมันอาจจะเป็นความคิดที่ผิดก็ได้
ที่คิดว่าวันหนึ่งถ้าเรากลับมาในพื้นที่ของเรา ช่วงเวลาเหล่านั้นจะย้อนกลับมา
แต่จริงๆแล้วเราว่ามันเป็นความคิดที่ผิดนะ

การที่เริ่มเก็บของเก็บทุกสิ่งทุกอย่าง วางของที่หยิบมาไว้ที่เดิม
และยกมันออกมาเพื่อนำมันกลับวางลงที่เดิมที่ๆมันเคยอยู่
สิ่งของมันอาจจะเหมือนเดิมได้ แต่ความรู้สึกมันคงไม่เหมือนเดิมแล้ว

การที่อยู่ด้วยกันมากขึ้นมันคงทำให้พูดกันน้อยลง
จนพอถึงเวลาที่ห่างกันมา มันจึงนึกไม่ออกว่าจะพูดคุยกันอย่างไรให้มากเหมือนเดิม
การที่คิดว่าเดี๋ยวก็ได้เจอหน้ากันก็คงไม่ใช่ ต่อไปคงเห็นแค่ผนังบ้านเปล่า

สงสัยว่ามันจะเป็นอย่างไรต่อไปเหมือนกัน และไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปเช่นกัน

สำหรับผม ผมยังเชื่อนะ ว่าความรู้สึกอ่ะ มันยากที่จะมีเพิ่มขึ้น มันคงมีแต่น้อยลง
เพียงแค่ว่า จะลดลงมาก หรือน้อย ในแต่ละครั้งเท่านั้นเอง

เพราะเรื่องการปรับตัวมันก็คงต้องทำ แต่มันคงทำกันไปคนละทาง
เลยเป็นโอเวอร์ดีมาน โอเวอร์ซัพพลายนะ
สิ่งที่เราไม่ชอบ เขาก็ยังทำอยู่ เหมือนสิ่งที่เขาไม่ชอบ เราก็ยังทำอยู่

แต่อย่างว่าแหละว่าความอดทนคนเรามันมีขีดจำกัดนะ
ถ้าการที่อยู่ด้วยกัน แล้วไม่พูดกัน ทำนิ่งใส่กัน เราคิดว่าทำมีที่อยู่ของเรา
เราอยู่แบบนั้นก็ไม่มีใครมาทำเฉยใส่เรา เราสบายใจกว่า
เราก็ออกมาแค่นั้น

หรือเราเห็นแก่ตัวมากไป

Saturday, March 17, 2012

Escape

บางทีอยากไปเที่ยวแค่2คน
ไม่ต้องมีคนอื่นอะ
ถ้ามาแล้วเจอแบบนี้ นอนอยู่บ้านอาจจะดีกว่าก็เป็นได้นะ

หรือจังหวัดไหนที่เทอไม่มีคนรูิจักอยู่ บอกฉันที
ฉันอยากไปเที่ยวที่นั่นจัง