Showing posts with label ATC's Life. Show all posts
Showing posts with label ATC's Life. Show all posts

Sunday, March 16, 2014

I'm back!

พอดีนึกขึ้นได้ตอนอัพ dayre ว่าทิ้ง blog ร้างนานเกินกับพอดีวันก่อนมีคนมาเม้นด้วยอะว่าอยากให้เราอัพเรื่อง ATC แปลกเนอะ ไม่คิดว่าจะมีคนมาอ่านหรอกนะ 5555

resolution ของทุกปีก็มีที่พยายามเขียน blog ให้เยอะๆ ทำ logbook บ้างไรบ้าง แต่ก็แบบขี้เกียจอะ จริงๆนะ ที่ที่เราอยู่มันทำให้เราขี้เกียจมากขึ้น หรือตัวเราเองที่ขี้เกียจมากขึ้น อันนี้ตอบไม่ได้จริงๆนะ เพราะนี่เดือน 3 แล้วอะ นึกๆได้ว่าเฮ้ยเพิ่งจะผ่านปีใหม่ไปไม่นานนี้เองนะ แป๊ปๆนี้จะหมดอีกไตรมาสละ ถ้าเป็นที่ทำงานเก่าตอนนี้ก็คงหัวฟูกับ 2nd quarter plan อะ แต่ก็นะ เราว่า fast pace organization มันก็กระตุ้นให้คนเราทำ active และ alert ตัวเองด้วยแหละ แต่คนที่มีภูมิคุ้มกันก็มีเยอะนะ :) อยู่ได้เรื่อยๆโดยไม่มีปัจจัยใดๆรอบข้างมากระทบได้ ซึ่งเอาจริงๆก็เจ๋งนะ

ตอนนี้ก็ช่วงเรียน simulator แหละ เราไม่ได้เป็นคนที่คิดบวกขนาดนั้น แต่เราคิดว่ามันก็เป็นสิ่งที่ดีนะ กับสถานการณ์ต่างๆที่เกิด ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็เถอะ ใครทนได้ ทนไม่ได้ไม่รู้ แต่เรารู้ว่าหากเราสามารถทำงานหรืออยู่ได้ในสภาพแบบนั้นมันก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ท้าทายเราได้เหมือนกันนะ เพราะไม่ใช่คนที่คิดบวกมากหรือโลกสวยมาก พลังลบที่เจอบ่อยๆก็ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกลบไปด้วย แต่เราแค่เป็นห่วงในอนาคตกับคนที่โลกสวยมาก หากเจอพลังลบมากๆไปจะทำอย่างไร มีคนเคยสอนว่า ถ้าคนจริงเค้าบ่นครั้งเดียวแล้วเค้าจะออกจากสภาพที่เค้าบ่น หรือปรับตัวแล้วจะไม่บ่นอีก ส่วนคนไม่จริงก็ยังคนบ่น แต่ก็ทนอยู่เพราะไม่มีทางเลือก อันนี้ก็จริงนะ

ในซิมตอนนี้มีสิ่งที่เราคิดได้หลายเรื่องนะ เรื่องก่อนพูดเราเป็นนายคำพูด หลังพูดคำพูดเป็นนายเรา มันยังเอามาใช้ได้ บางคนชอบพูดว่า ถ้าสั่งก่อนหน้านี้มันจะไม่เกิดภาพนี้ แต่เราว่า ถ้ามันเกิดเป็นแบบนี้แล้ว จะทำอย่างไรต่อไปน่าจะดีกว่า เพราะชีวิตจริงคงไม่มี remote กดปุ่ม backward ได้ป่ะ ถ้าเราพูดไปแล้วแก้ทันก็ดี แต่ถ้าแก้ไม่ทันก็ต้องทำต่อ มันก็เท่านี้ ถ้ามัวมาคิดว่าทำไมไม่ทำแบบนั้น ทำไมไม่ทำแบบนี้ มันก็ไม่ go on สิ ชีวิตจริงไม่มีปุ่ม pause เพื่อคิดนะ... พิมพ์ๆพูดมานี่จขบ ก็ยังทำไม่ค่อยได้ คือต้องคิดให้เร็วกว่านี้ คิดให้ทันกว่านี้ ยอมรับเลยว่าบางทีคิดไม่ทัน บางทีนิ่งเพราะความเข้าใจเรายังผิด อันนี้ทำได้ อันนี้ทำไม่ได้ ยังรู้ไม่หมด ซึ่งมันก็ต้องฝึกต่อไป เราว่าค่อยๆเดินมันดีกว่านะ เพราะมันคือสิ่งจะต้องทำให้เป็นพื้นฐานอะ มันอยู่เรื่องความปลอดภัย แต่เราก็ห้ามใครไม่ได้ คนเรามันไม่เท่ากัน บางคนเป็นเร็ว บางคนเป็นช้า บางทีก็ต้องรอกัน ช่วยกัน แต่ถ้าไม่อยากรอก็ห้ามไม่ได้ปะ มันก็เป็นสิทธิ์ของเขา แต่มันก็เป็นสิทธิ์ของเราด้วยที่จะทำให้แน่นก่อน

ทุกวันนี้แม้ว่าจะกลับมาทำ daywork แล้วรู้สึกว่าเวลาที่มีให้ตัวเองลดน้อยลงไป แต่ก็มีความสุขนะ ที่ตื่นมาวันเสาร์-อาทิตย์อยากนอนตื่นสายๆ ไม่ต้องรีบออกไปทำงาน กินมัง ซักผ้า ออกไปกินกาแฟ หรือทำกินที่บ้าน นอนดูรายการที่อยากดู ฟังเพลง อ่านหนังสือที่อยากอ่าน ถามว่ามีความทุกข์มั้ย ใครกันจะไม่มี แต่แค่ความสุขของเรามากกว่าเท่านั้นเอง และเราไม่ยอมให้คนที่มีความทุกข์โยนความทุกข์ของเขามาใส่เรา

Pursuing my Passion, A path to Happiness...

Wednesday, July 18, 2012

ATC's Life 001 ~ Registration & Examinations

ไม่ได้อัพนาน ช่วงนี้โดนคอนโซลของซิมดูดพลังนิดหน่อย เลยขอมาเล่าให้ฟังขำขันๆ กันดีกว่าสำหรับการสอบและกระบวนการคัดเลือก

การรับสมัคร ก็ต้องดูว่าเขาจะเปิดรับตอนไหน ตามปกติก็ช่วงไตรมาสสุดท้ายปลายปี ไปจนถึงต้นปี
เกณฑ์การรับก็ตามที่หาได้ทั่วๆไปจริงๆนะ

อ้อ มี TOEIC คะแนนไม่ต่ำกว่า 650 และผลไม่เกิน 6 เดือน ถ้าช่วงนั้นใครอยากสมัครหรือหางานอื่นอยู่พอดี ก็สอบเลย แต่ถ้าใครเสียดายตังมีคะแนนไม่หมดอายุเอาไปยื่น ขอบอกนะว่าเค้านับวันกันจริงจังมาก ฉะนั้นถ้าอยากจะสมัครแล้วก็ตั้งใจหน่อย ไม่งั้นไปยื่นสมัครอาจจะโดนไล่กลับบ้านเอาได้ง่ายๆ

วันรับสมัคร ก็น่าจะเปิดรับสมัครเป็นเวลา 1 สัปดาห์ แนะนำให้เอาตามวันที่สะดวกๆ แบบไม่รีบมาก
โดยสิ่งที่ควรเตรียมเพิ่มเติมไปก็คือ
- ปากกา เพราะต้องกรอกใบสมัครประมาณ 4-6 หน้า แนะนำปากกาดีๆลื่นๆ อ้อ อย่าลืมน้ำยาลบคำผิดด้วย
- การแต่งกาย แต่งกายเรียบร้อยนะ ย้ำ เรียบร้อย ผู้หญิงสวมกระโปรง รองเท้าหุ้มส้น ผู้ชายรองเท้าหนังกางเกงสแลค มิฉะนั้นจะโดนบ่นยาว
- เวลา การเดินทาง ถ้าคิดจะออกจากบ้านชิวๆสายๆ หรือแว่บจากออฟฟิศมาตอนพักเที่ยง แนะนำให้มาถึงที่บริษัทวิทยุการบินก่อนเวลา 1100 นะ เพราะเจ้าหน้าที่จะพักเที่ยงและอาจจะพักการรับสมัครตอน 1130 ถ้ามาตอน 1130 เกรงว่าจะได้กรอกใบสมัครตอน 1300 ซึ่งขอบอกว่ากรอกนานมากนะคุณ

สิ่งที่จะได้รับกลับไปคือ บัตรประจำตัวผู้เข้าสอบ โดย เลขที่นั่งสอบก็จะเรียงจากวันแรกที่มีการสมัครไปจนถึงวันสุดท้าย เราก็สามารถเดาเล่นๆได้ว่ามีผู้สมัครกี่คนแล้วด้วย

ทีนี้ก็เป็นส่วนของข้อสอบในวันทดสอบ หลายคนก็ไปติวนั่นโน่นนี่ ซื้อข้อสอบเก่ามาหัดทำก็มี
อันนี้ก็ตามแต่กำลังศรัทธานะ เนื่องจากบางทีข้อสอบมันก็ไม่ได้ยากแบบนั้น หรือไม่ก็ไม่ได้เป็นตามที่เกร็งกันก็มีนะ โดยข้อสอบแบ่งเป็น 4 พาร์ทใหญ่ๆมีดังนี้
- คณิต จริงๆก็ข้อสอบเลข เอเนทแหละ พวกการคิดคำนวณเบื้องต้น ลำดับ อนุกรม เศษส่วน ตรีโกณมิติ ฟังก์ชั่น บลาๆ
- ฟิสิกส์ จริงๆก็ฟิสิกส์ม.ปลายนะ รวมกับเลขมา จำไม่ได้ว่าทั้งหมดกี่ข้อ ถามเรื่องแรง การเคลื่อนที่ คำนวณเวลา ความเร็ว อะไรประมาณนี้ คือถ้าพอทำพวกนี้ได้ตอนเรียนก็ไม่น่ามีปัญหา จริงๆนะ
- คอมพิวเตอร์เบื้องต้น เอ่อออ มันก็ไม่ได้เบื้องต้น และก็ไม่ได้แอดว๊านซ์นะ มันน่าจะเป็นคอมพิวเตอร์เท่าที่รู้ดีกว่า แบบ USB ย่อมาจากอะไร อินเตอร์เนตแบบไหนเร็วที่สุด ไรงี้
- ความรู้ทั่วไป คือมันก็ทั่วไปจริงๆนะ กว้างๆ แต่ที่ควรรู้ก็พวก เรื่องเกี่ยวกับบริษัท อ่านเล่นๆในเว็บไซต์ก็ได้ แบบพวก SMART มีตัวย่ออะไรบ้าง ใครเป็นกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ก่อตั้งวันไหน นอกนั้นให้ดวงช่วย

คือถ้าถามว่าข้อสอบยากมั๊ย มันก็ยากอยู่นะ เพื่อนคนนึงไปสอบมาพูดว่า อ๋อ ข้อที่ทำไม่ได้ออกหมด อื้มก็คงจะจริงนะ แนะนำให้ลองเอาช้อยส์มาเช็คคำตอบดู ก็อาจจะเจอคำตอบก็ได้ไรงี้ สติๆ คิดเสียว่ามันไม่ได้ยากขนาดนั้น พวกความรู้ทั่วไป หรือคอมพิวเตอร์ ลองไปแอบฟังคนที่มาด้วยกันเป็นกลุ่มๆสิ คนพวกนั้นอาจจะติวให้เข้าหูมาก็ได้นะ จริงๆ ข้อสอบให้ปากกากากบาทลงไปนะ ไม่ได้ต้องเตรียม 2B ไปฝนก็ได้ แต่ควรเตรียมดินสอไปทดเลข

รอบที่สอง สอบพิมพ์ดีดภาษาอังกฤษ
คือจริงๆมันคือโปรแกรม พิมพ์สัมผัส ที่จะจับดูว่าเราพิมพ์ได้กี่คำต่อนาที โดยเกณฑ์คือ 25 คำต่อนาที
ฝึกพิมพ์เล่นๆก่อนก็ได้ที่บ้าน พวกบทความพารากราฟนึงอะไรแบบนั้น พอไปถึงเค้าจะให้ซ้อมพิมพ์ก่อน 10 นาที มีทริกเล็กๆคือ ถ้าพิมพ์ผิดอัตราเร็วเราจะลด แนะนำปิดแบบฝึกหัดแล้วเริ่มใหม่เลย จะเร็วกว่า โดยบทความที่ให้พิมพ์นั้นมันจะมีการงงๆ ของการใช้ภาษาอยู่ ต้องพิมพ์ตามมันเท่านั้น อย่าพิมพ์ตามที่เราคิดเช่น do not ก็ต้อง do not ห้ามพิมพ์ Do not , don't, dont อะไรแบบนี้ นะ รอบนี้สอบเสร็จรู้ผลเลย เตรียมตัวสอบสัมภาษณ์ภาษาอังกฤษได้

รอบที่สาม สอบสัมภาษณ์ภาษาอังกฤษ
โดยรอบนี้จะวัดการใช้ภาษาอังกฤษของเราว่าผ่าน ICAO English proficiency level4 หรือเปล่า
จะเป็นการสัมภาษณ์ชิวๆ นั่งสบายๆกับคุณกิฟท์ โปรเจคเมเนเจอร์ของโครงการนี้ที่แอโร่ไทย โดยเค้าจะให้คะแนน สำเนียง การออกเสียง รูปประโยค คำศัพท์ ความเข้าใจ ประมาณนี้
ส่วนแรกก็จะถามสารทุกสุขดิบ ว่าเป็นยังไง มาจากไหน เล่าเรื่องครอบครัวซิ แล้วก็พวกความคิดเห็นของเราเกี่ยวกับการทำงานเป็น ATC ในรอบนี้ไม่ได้ตอบคำถามแบบนางงามไม่ได้ดูว่าเราฉลาด เค้าดูการใช้คำรูปประโยคมากกว่า ว่าแบบมี past tense ป่าว ไม่ใช่มีแต่ present tense การยกคำศัพท์มาบรรยาย ดังนั้นถ้ารู้ศัพท์ที่เก๋กว่าก็มีภาษีดีกว่า
ส่วนรองสุดท้ายจะให้บรรยายรูปสองรูป ส่วนใหญ่ก็รูปATC ทำงาน แล้วก็อากาศยานอุบัติเหตุ พยายามพูดเยอะๆ จินตนาการเยอะๆ เค้าจะดูการใช้ศัพท์การคำ
แล้วส่วนสุดท้ายก็จะคุยเล่นถ้าเวลาเหลือ คำศัพท์ต้องสเตรทให้ถูกที่ แอคเซ่นชัดๆ มีเอนด์ซาวน์ด้วยนะ

รอบที่สี่ ตรวจร่างกาย และทดสอบจิตวิทยา
รอบที่สี่ต้องไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลภูมิพล ไปเช้าๆหน่อย งดน้ำงดอาหาร รีบไปเจาะเลือด แล้วมากินกาแฟฟรีที่เค้ามีให้ จะได้ไม่เป็นลมเสียก่อน ก็มีหลายด่านอยู่ มีเจาะเลือด ตรวจ HIV ด้วยนะ เอ๊กซเรย์ปอด ตรวจคลื่นหัวใจ ตรวจการได้ยิน ตรวจสายตา ตรวจกระดูก วัดความดัน เสร็จก็พักทานข้าวกลางวัน แล้วตอนบ่ายมาทำข้อสอบจิตวิทยา
ข้อสอบจิตวิทยาก็จะเป็นข้อสอบไหวพริบพวก บวกเลข ดูจุดต่อจุด หาทางออก ไรแบบนี้ แต่จับเวลาในแต่ละชุด แล้วก็ข้อสอบที่ดูว่าเราเป็นคนอย่างไร เป็นตัวเองดีที่สุด แต่ถ้าจะโกหกหรือจะแอ๊บต้องทำให้รอดนะ

รอบสุดท้ายไฟนอล สัมภาษณ์กับคณะกรรมการ
มีคณะกรรมการหลายท่าน ส่วนใหญ่ก็จะเป็นครูเอทีซีทั้งนั้น และผู้บริหารของแอโร่ไทย แนะนำให้เตรียมการแสดงไปเต็มที่ แต่งตัวดีๆ เรียบร้อย แต่เตะตาให้เขาจำได้ พูดด้วยความมั่นใจ
กรรมการจะดูการแสดงออกทางอารมณ์ของเรา ว่าเราเอาอยู่มั๊ย ไหวมั๊ย
ถ้าใครมีความรู้ทางด้านการบิน (กรรมการมี transcript) หรือใบสมัครของเราอยู่นะ อาจจะอ่านได้ ก็อาจจะถูกถามเกี่ยวกับเอทีซี ถ้าไม่รู้ก็ตอบไม่รู้ แต่ก็รอฟังคำถามต่อไปว่า เรามีดีอะไร เขาถึงจะจ้างคนที่ไม่รู้
อาจจะถูกให้คำนวณเวลา คำนวณระยะทาง ตอบคำถามพร้อมวาดรูป หรือรุมถาม เนื่องจากเค้าจะดูว่าเราสามารถทำหลายอย่างในเวลาเดียวกันได้ป่าว ฟังคำถามก่อนแล้วค่อยตอบอย่าผลีผลามนะ แต่ตอบเร็วและแม่นยำก็ดี แสดงให้เขาเห็นว่าเรามีอะไรที่ตรงตาม SMART Aerothai บ้างอย่าบอกตรงๆ อาจจะสอดแทรกไปในเรื่องที่เล่าเช่นมหาลัยเคยแก้ปัญหาเพื่อนทะเลาะกัน ทำงานกลุ่มไรงี้ก็ได้ ใครทำงานแล้วก็เล่าพวกงานที่เคยทำ ปัญหาที่เจอนะ พวกแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างไรคิดอย่างไร

แล้วก็กลับบ้านรอฟังผล ^^

ขั้นตอนก็จะเป็นเช่นนี้แหละคร้าบบบบ

Tuesday, July 3, 2012

Life on a whole new scale: Introducing my long Journey... ATC's Life

ตั้งหัวข้อนี้มา ไม่มีอะไรนะ ไม่เกี่ยวอะไรกับโฆษณาของ Korean Air ด้วยอิอิช่วงนี้คนตั้งอะไรๆแบบนี้เยอะ เอะอะก็ ATC life, ATC's life ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนในรุ่น Fast track 22 เองหรือเพื่อนที่อยู่รุ่น 21 ซึ่งต้องเรียกว่าว่ารุ่นพี่นะ หลายคนอัพรูปลง instragram หรือ facebook เองก็ตามก็ใช้ชื่อนี้

อืมก็คงงั้น เพราะชีวิตเอทีซีได้เริ่มต้นแล้ว สำหรับเรา
เราว่ายังต้องมีอะไรอีกหลายอย่างที่ต้องปรับตัว เรียนหนัก อ่านหนังสือหนัก เตรียมสอบตลอดเวลา
บางทีเราก็ต้องการให้คนรอบข้างเราเข้าใจเราจริงๆนะ เราอาจจะเปลี่ยนไปโดยไม่รู้ตัว แต่เข้าใจเราเหอะ

เราก็เลยอยากจะแชร์เรื่องราวชีวิตเอทีซีให้ฟัง เพราะจริงๆแล้วเชื่อว่าต้องมีหลายคนอยากรู้
เพราะเราว่าอาชีพนี้คนก็อยากเป็นนะ มีรุ่นน้องมาถามก็เยอะ เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังละกัน :)

I just set the title of this post while thinking about what is the suitable name to suit it :) Nothing to link with Korean Air Worldwide campaign last year.
I randomly saw people around me set their status or title to the phrase "ATC's Life"... my classmates in ATC fast track class 22 or my university friend who study in class 21... ease to see on their facebook or instagram...

I think so... it means that my ATC's life start now!
So many things that I must try to fit with it because I choose it.
Study hard, spend time on reading book and reviewing for exam... that why I need people around me understand me.
I might changed even I didn't recognize by myself too... all I need just understand in me...

So... I want to blog some ATC experience to whom it may need to know about it.
Stay tune to read story about my ATC's life from my blog :)

PS. Appreciated that someone can correcting english structure in my article :)