Showing posts with label Movie. Show all posts
Showing posts with label Movie. Show all posts

Wednesday, April 16, 2014

It's awesome that you can imagine about someone that you never met before and fall in love with~

เมื่อวานไปดูหนังมา เรื่องคิดถึงวิทยาแหละ คือเข้าใจว่าผกก ตั้งใจจะทำตามหนังเรื่อง 일마레 แหละ ที่เป็นคนสองคนคุยกันผ่านจดหมายในบ้านกลางทะเลสาบ

เรามานั่งคิดว่าจริงๆแล้วการที่คนเราไม่เคยเห็นไม่เคยเจอไม่เคยคุยกัน แล้วบัฃเอิญเกิดชอบกันผ่านทางตัวหนังสือเนี่ยมันจะเกิดขึ้นได้จริงป่าว แต่ก็นะ มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ชอบคิดไปเอง ว่าเค้าจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เค้าก็เลยคิดไปว่าคนนี้แหละจะต้องเป็นคนในแบบที่ฉันชอบ

เราว่าสิ่งที่ติดตามมันคือสิ่งที่จะเกิดต่อไปต่างหากว่าเมื่อคนทั้ฃสองคนที่เคยคุยกันแบบ monolog มาตลอด เมื่อมาเจอกันจริงๆ แล้วอยู่ด้วยกันต่อจากนี้มันจะเป็นอย่างไรมากกว่า เมื่อมาอยู่ด้วยกันเรืาอยๆ เริ่มเห็นนิสัยขอฃแต่ละคน มีอย่างที่ชอล และไม่ชอบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้วเค้าจะอยู่อย่างไรต่อจากนี้มากกว่า ขะประคัลประคอฃให้รอดหรือไม่

ประโยคเด็ดจากเรื่องนี้คือ "ถ้าเรื่องวันนี้ไม่เกิด หนุ่ยจะบอกแอนหรือเปล่า" จริงนะ ถ้าเกิดจีจี้ไม่มาหา แอนก็คงจะไม่รู้เรื่องเลย แต่เราเข้าใจนะ บางทีถ้าการที่บอกไปเค้าอาจจะกลัวความผิด กลัวเรื่องใหญ่โตหรืออะไรก็ตามที่ตามมาเยอะแยะ จนถึงเวลาทั้งหมดอาจจะพังลงเพราะคำพูดประโยคเดียวก็ได้ บางคนเลยยอมเก็บไว้เป็นบาปในใจดีกว่า

เราก็อยากรู้เรื่องของคนที่คบด้วยนะ แต่เราคิดว่าถ้าเค้าอยากบอกเค้าคงจะบอกเอง เราให้เกียรติกันนะ ถึงแม้จะนอยมากก็เหอะ เราเลือกที่จะเงียบ มันอาจจะทางเราเลือกและเราโอเคที่จะอยู่กับมันอย่างมีความสุขก็ได้

S.
20140416 via iP @ casa lapin

Saturday, June 25, 2011

Twisted world : Present is Future of the past, and when you can walk across the time

ไม่ได้เขียนนานมาก อย่างที่บอกการที่เรามาทำงานแบบนี้มันทำให้เรารู้สึกว่า
เราไม่ได้ต้องการทำอะไรแบบนี้ในเวลาที่เราพักแล้ว เพราะเวลาทำงานมันก็ทำมาทั้งวันแล้ว

เข้าเรื่องดีกว่า วันนี้ไปดูทวิภพ เดอะมิวสิคัล ฉบับปี 2011



ผู้แสดงนำก็คือว่าที่เพื่อนเขยกับพี่นัทมีเรีย

นิยายเรื่องนี้เราชอบอยู่แล้วอ่ะ แต่ตอนเป็นละครเวทีรอบก่อนจะไปดูแล้วสุดท้ายก็ไม่ได้ดูทั้งรีสเตจก็ไม่ได้ไป
มาดูคราวนี้หลายอย่างเปลี่ยนไปจากตอนนั้น ยุคสมัยมันเดินทางต่อไป ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป
เทคโนโลยีต่างๆก็เปลี่ยนไป

กระจกโบราณที่เป็นประตูมิติ แม้จะเป็นบานเดิมแต่ก็เปลี่ยนหลอดไฟที่เป็น LED สีนิออนแล้ว รวมถึงการซ่อนจอไว้หลังกระจก
ก็ทำได้ดีขึ้น ทำให้ฉากการผ่านกระจก สมูทขึ้นเยอะ สมแล้วที่เป็น magical of stage นะ

อุปกรณ์ประกอบฉากอื่นๆก็เปลี่ยนไปเนื่องจากพอย้ายมาเล่นที่รัชดาลัยแล้วเวทีไม่ได้ยาวเหมือนที่ศูนย์วัฒนธรรมฯ
ทำให้การเปลี่ยนฉากที่เคยใช้กลไกลหมุนๆ เปลี่ยนเป็นเลื่อนเข้ามาแทน แต่ก็ทำได้ไหลลื่นเหมือนเดิม

อินโทรเปิดด้วยเสียงบีบี เสียงนอทิฟิเคชั่นของไอโฟน มีการใช้แทบเลตมาเป็นพรอพในการเต้น
บ้านเมนี่กลายเป็นอยู่ตึกสูงแทน ทุกอย่างเปลี่ยนไปตามยุคจริงๆ

ส่วนเนื้อเรื่อง เนื้อเพลงเป็นของเดิม
จำได้พอเป็นหนัง Siam Renaissance มันผิดยุค ย้อนไปร.4
แต่ว่าก็แสดงให้เห็นว่าหากเราสู้ฝรั่งเศสตอนนั้นก็คงจะแพ้และตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส
ในหนังแสดงให้เห็นว่ามีหอไอเฟลขึ้นคร่อมกลางแม่น้ำเจ้าพระยา มันดูหดหู่นะ

แต่ในมิวสิคัลเป็นเรื่องตามฉบับนิยาย ที่สุดท้ายแล้วพระเจ้าอยู่หัวทรงยอมจ่ายค่าปรับให้ฝรั่งเศสเป็นดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง
มันทำให้เห็นว่าจริงๆแล้ว เราไม่สามารถแก้ไขอดีตได้ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างมันมีกลไกของมัน ส่งผลต่อปัจจุบัน

แต่มันช่างเข้ากับยุคสมัยเสียจริง วันนี้คุณสุวิทย์ คุณกิตติ และทีมงานเป็นตัวแทนประเทศไทย
ถอนตัวจากประเทศไทยถอดตัวออกจากภาคีอนุสัญญาและกรรมการมรดกโลกแล้วที่ปารีส

บรรพบุรุษของเรายอมเสียดินแดนเพื่อไม่ให้เกิดการนองเลือด และรักษาความเป็นไทไว้ได้จนทุกวันนี้
พวกเราควรรักษาและหวงแหนมันไว้ เหตุใดจึงต้องมาทะเลาะกันเอง

Wednesday, March 30, 2011

วันเวลามันไม่เคยขี้เกียจ

เมื่อวานไปดูหนังกับที่รักมา จะเรื่องอะไรหล่ะ ก็ SuckSeed อ่ะดิ
คือจะไปดูกันตอนหนังจะออกโรงละ
หนังมันก็ดีนะ Nostalgia อีกแล้ว เรื่องเด็กๆ เรื่องตอนเรียน
ถามว่าอินมั๊ย ไม่ค่อยนะ เพราะเราไม่มีเพื่อนสนิทแบบนั้น
ถ้าไม่นับรวมอิไอซ์ ซึ่งจะสนิทกันเป็นบางช่วง และห่างๆกันเป็นบางช่วง
ก็คงจะเป็นบูม ที่สุดท้ายไม่ได้เรียนมัธยมด้วยกันมันก็เลยห่างๆกันไป

คือนี่ไม่ได้จะมารีวิวหนังนะ แค่แปะๆไว้เท่านั้นแหละ
มีแค่แอบลุ้นบางช่วง ถ้ามันเป็นหนังวายจริงๆ กุเอาหัวโขกเบาะข้างหน้าตายไปเลย
น้องพีซที่เราเห็นไปแคสงานพร้อมน้องสไมล์ ไม่รู้ว่าจริงๆแล้วมันจะหล่อขนาดนั้น

เพลงที่เป็น OST ก็ไม่คิดว่ามันจะเพราะขนาดนั้น เนื่องจากได้ฟังผ่านๆมาตั้งแต่หนังเริ่มโปรโมต
เพราะมันเปิดบ่อยๆใน efm และ green channel ก็นะ เค้าเป็น media sponsor นินา




แต่เพลง ทุ้มอยู่ในใจเวอร์ชั่นน้องเก้าร้องนี่มันเพราะนะ
ชอบท่อน

เมื่อนาฬิกามันไม่เคยขี้เกียจ..เดิน
และวันเวลาทำให้ทุกๆสิ่งเปลี่ยนไป
แต่ความทรงจำดีๆทุกอย่างยังคง...เก็บไว้

ชอบอ่ะ มันจริงมาก

นาฬิกามันก็ยังคงเดินต่อไป
เวลามันไม่เคยคิดที่จะหยุดเดิน หรือเดินให้เร็วขึ้นหรือช้าลง
มีแต่คนเรานี่แหละที่วุ่นวายกับเวลา
มีความสุขก็อยากทำให้เวลามันช้าลง
มีความทุกข์ก็อยากทำให้เวลารีบๆหมุนไป

เมื่อเวลาหมุนไป ทุกสิ่งทุกอย่างมันก็เปลี่ยนไป ไม่มีอะไรคงเดิมหรอก
ขนาดหนังสือเรียนภาษาไทยยังบอกว่า ภาษามันมีการเปลี่ยนแปลง
ภาษาที่ไม่เปลี่ยนแปลงเรียกว่า ภาษาที่ตาย

แต่เราว่าสิ่งที่ตายไปแล้วก็ยังเปลี่ยนแปลงได้นะ ซากพืชซากสัตว์ก็ยังมีการย่อยสลายได้เลย
ซากูนซากตึกก็มีการผุกร่อนผุพัง

แล้วจะอะไรกับมนุษย์ที่เป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถปรับตัวได้เร็วที่สุดล่ะ

ผมจึงไม่เคยสัญญาว่าจะรักไปตลอด
แต่ผมจะทำมันให้ดีที่สุดจะได้ไม่มาคิดย้อนหลังว่าทำไมวันนั้น ไม่ทำอย่างนั้น อย่างนี้
เพราะเวลามันไม่สามารถหมุนกลับไปได้ไง

สวัสดีครับ